วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

เพลงปลอบ

เพลงปลอบเด็ก
กลุ่ม 7
นางสาวปรียานุช  พัดเปี้ยมา  หมู่ 4  ปี 3  รหัส 57210406435

เพลงปลอบเด็กภาคใต้
๑.    เด็กขี้ร้อง จับใส่ข้อง มาร้องกลางนา คนเดินมา จับเด็กขี้ร้อง
๒.   โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ น้ำท่วมหัวหมา หมามาไม่ได้ นั่งร้องไห้ สองคนแม่ลูก
๓.    หัวล้านโกนใหม่ๆ ควักขี้ไก่มาใส่หัวล้านหัวโล้นโกนมานาน เดินพลัดพานหัวจุ่มขี้
๔.    ตั๊กแตนเหอมาขึ้นหนำเรา   หนำสองเสาหลังคาสองตับ  ยกขึ้นตีทับฉับฉีบเจิ้นๆ
ย่อยแล้วเหวยย่อยแล้ววา หนำพลัดพาเกี้ยวผ้าเราไว้  อีหนูอีแหนงอีหนูกินแตง ค้างคาวปากแหว่งอุ้มลูกยืนดู หมูกสองรูน้ำตาคลั่งๆ พุทโธเล่นหนังมุดสังโหเหวว
เพลงปลอบเด็กอีสาน
๑.     จ้ำเขาเบี๋ย    มาเอียะลูกนก    จกขี่แล    มาแญฮู้คอ
๒.   กิ๊ว ๆ คนขี่ไห้มาไต้กกขาม คนมาถาม ขี่หยอด แป้ด ๆ
๓.   จ๊อก ๆ คนขี่ไห้ รถตำตาย บ่เว้ากับมัน ชิ้ว ๆ

 

วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560

ภารกิจพิเศษ วิเคราะห์วรรณกรรมเรื่อง ท้าวกาฬเกษ



วรรณกรรมท้องถิ่น
เรื่อง ท้าวกาฬเกษ

สรุปเนื้อหานิทาน ท้าวกาฬเกษ

    เมืองพาราณสี  มีกษัตริย์นามว่าสุริวงษ์ และมเหสีนามว่า กาฬ ปกครองนคร ท้าวสุริวงษ์มีม้ามณีกาบซึ่งเป็นม้าวิเศษเป็นพาหนะคู่บารมี ครั้งหนึ่งท้าวสุริวงษ์ได้ลามเหสีและชาวเมืองไปเรียนวิชาอาคมโดยมีม้ามณีกาบเป็นพาหนะ ไปพบพญาครุฑและยักษ์กุมภัณฑ์ได้เป็นสหายกันและ      พระองค์ก็เรียนวิชาศาสตราศิลป์  กับพระฤาษีจนสำเร็จแล้วกลับมาครองเมืองต่อไป
                เมื่อท้าวสุริวงษ์กลับมาครองเมือง  ก็ต้องการจะมีบุตรชายเอาไว้สืบราชสมบัติแทน   พระองค์  ดังนั้นจึงทำพิธีขอลูกกับพระอินทร์  พระอินทร์ได้ส่งเทพบุตรและเทพธิดาลงมาเกิดในเมืองมนุษย์เพื่อให้เป็นคู่สามีภรรยากัน  โดยเทพบุตรองค์หนึ่งมาเกิดในท้องนางกาฬมเหสีของ  สุริวงษ์  เมื่อนางกาฬประสูติออกมาเป็นชายชื่อว่า  กาฬเกด กาฬเกดกุมารนี้ได้เจริญเติบโตมาเป็นลำดับ  ครั้งหนึ่งเข้าไปเล่นในโรงม้าอันเป็นที่อยู่ของมณีกาบ  ได้แอบขึ้นขี่ม้ามณีกาบก็พากาฬเกดกุมารเหาะไปในอากาศออกจากเมืองมุ่งเข้าป่าหิมพานต์
                ขณะที่ท้าวกาฬเกดหนีออกจากเมืองนั้นได้พบกับนางนกสาลิกาคู่หนึ่งจึงให้สั่งความให้กลับไปบอกท้าวสุริวงษ์ด้วยว่าจะออกไปเที่ยวในป่าถึง ๓   ปี  แล้วจะกลับมา  เมื่อสั่งความเสร็จแล้วก็เดินทางต่อไปจนเข้าเขตเมืองผีมนต์ของเท้าผีมนต์  และท้าวกาฬเกดได้พักอยู่นอกเมืองพบกับชาวเมืองที่ออกมาหาฟืนแล้วได้ทราบข่าวว่าท้าวผีมนต์มีลูกสาวสวยชื่อ มาลีจันทร์  จึงพยายามจะไปพบนางในสวนดอกไม้  เมื่อนางมาลีจันทร์มาชมสวนท้าวกาฬเกษจึงเข้าไปหาแล้วชอบพอรักใคร่กัน  ดังนั้นตอนกลางคืนจึงแอบเข้าไปหานางเป็นเช่นนี้มานาน  ต่อมาท้าวผีมนต์สืบได้ความจริงจึงได้ทำหอกยนต์ดักยิง ขณะที่ท้าวกาฬเกดแอบเข้าไปนั้น  พระองค์ได้ถูกหอกยนต์จนตาย  แต่ก่อนจะตายท้าวเธอได้สั่งว่าอย่าเผาศพให้เอาใส่แพลอยน้ำไป  นางมาลีจันทร์ได้ปฏิบัติตามที่ท้าวกาฬเกดสั่ง    ทุกประการ
                ศพของเท้ากาฬเกดลอยไปตามน้ำจนไปถึงอาศรมพระฤาษี  แล้วพระฤาษีมาพบเข้าจึง  ร่ายมนต์ชุบชีวิตให้ฟื้นขึ้นมา  ท้าวกาฬเกษฟื้นขึ้นมาแล้วจึงเรียนศาสตราศิลป์อยู่กับพระฤาษี  จนสำเร็จแล้วลาพระฤาษีกลับไปหานางมาลีจันทร์ใหม่  ท้าวผีมนต์ทราบข่าวอีกจึงเกิดการรบกัน  ในที่สุดท้าวผีมนต์แพ้จึงยกเมืองและลูกสาวคือนางมาลีจันทร์ให้แก่ท้าวกาฬเกดอยู่ที่นั้นไม่นานก็พานางมาลีจันทร์เดินทางต่อไปอีก ในการเดินทางนี้ได้พบยักษ์หลายตน เช่น ยักษ์สาระกันยักคันธะ  และยักษ์ขีนีสาระกาย  ต่างต้องการจะให้ท้าวกาฬเกดอยู่เมือง  แต่ท้าวกาฬเกดยังต้องการเดินทางต่อไป  คืนหนึ่งเดินทางมาถึงร่มไม้ใหญ่จึงหยุดนอน    ที่นั้นได้มีนางกินรี    ตนซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของ    พระฤาษีได้มาพบท้าวกาฬเกดเข้า  ดังนั้น นางทั้ง    จึงอุ้มเอาท้าวกาฬเกดหนีไปเมื่อท้าวกาฬเกษตื่นขึ้นมาพบนางทั้ง  3 จึงอยู่กับนาง  ส่วนนางมาลีจันทร์และม้ามณีกาบเมื่อตื่นขึ้นมาไม่พบท้าว กาฬเกดจึงพากันออกตามหา นางมาลีจันทร์พบกับท้าวอสูร ท้าวอสูรจึงเอานางมาลีจันทร์ไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม  ส่วนม้ามณีกาบนั้นได้พบกับพระฤาษี
                กาฬเกดอยู่กับนางกินรีเป็นเวลา ๓ เดือน  เมื่อนางกินรีลงมาปรนนิบัติพระฤาษีและได้ทราบข่าวจากพระฤาษีจึงไปบอกกับเท้ากาฬเกด ท้าวกาฬเกดจึงมาหาม้ามณีกาบแล้วออกตามหานางมลีจันทร์จนพบที่เมืองท้าวอสูร นางกินรีทั้ง    นั้นก็ออกตามหาท้าวกาฬเกดจนมาพบกันที่เมืองอสูรแล้วปรับความเข้าใจกันจึงลาท้าวอสูรเดินทางต่อไป  ได้พบพญายักษ์หลายตน  ในระหว่างทางยักษ์โขโน  ยักษ์พานตาวัน  เมื่อท้าวเธอเอาชนะแล้วได้สั่งสอนให้ยักษ์ทั้งหลายตั้งอยู่ในศีลในธรรมแล้วเดินทางต่อไป

1. ที่มาของเรื่องท้าวกาฬเกษ
          - ผู้แต่ง
                   เตชวโรภิกขุ (อินตา กวีวงศ์)
          - ต้นฉบับ
                   ต้นฉบับมาจากวัดสว่างอารมณ์ อ.เมือง จ. ร้อยเอ็ด
          - แต่งปีไหน พิมพ์ปีไหน
                   พิมพ์เผยแพร่เป็นอักษรไทยเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๙ ความยาว ๔๘๐ หน้า
2. วิเคราะห์เนื้อเรื่อง
           - ชื่อเรื่อง
                    ชื่อเรื่องกาฬเกษ เพราะมาจากชื่อของตัวละครเอก ผู้แต่ง อินตา กวีวงศ์
          - แก่นเรื่อง
                              คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน
- โครงเรื่อง
                    เปิดเริ่อง
ท้าวสุริวงษ์ซึ่งเป็นผู้ครองเมืองพาราณสี มเหสีของท้าวสุริวงษ์ ชื่อนางกาฬะ ท้าวสุริวงษ์มีม้ามณีกาบ ซึ่งเป็นม้าวิเศษเป็นพาหนะคู่บารมี  ท้าวสุริวงษ์ก็เรียนวิชาอาคมกับพระฤาษีจนสำเร็จ แล้วกลับมาปกครองเมืองต่อไป
                   การดำเนินเรื่อง
        ท้าวสุริวงษ์ ต้องการจะมีบุตรชายเพื่อเอาไว้สืบราชสมบัติแทนพระองค์ ท้าวสุริวงษ์ ทำพิธีขอบุตรกับพระอินทร์
ปมเรื่อง
พระอินทร์จึงส่งเทพบุตรและเทพธิดาลงมาเกิดให้เป็นสามีภรรยากัน เทพบุตรมาเกิดกับนางกาฬะ ซึ่งเป็นมเหสีของท้าวสุริวงษ์ นางกาฬะคลอดบุตรชื่อ กาฬเกษ และเทพธิดา เกิดเป็นลูกของท้าวผีมนต์ ชื่อนางมาลีทอง
          จุดสูงสุด
กาฬเกษเติบโต ได้หนีเข้าไปเล่นในป่าเป็นเวลา 3 ปี เดินทางไปถึงเมืองผีมนต์จึงรักกับนางมาลีจันทร์ แต่ท้าวผีมนต์ได้รู้ว่ากาฬเกษมารักใคร่กับลูกสาวของตัวเองจึงทำหอกยนต์ยิงกาฬเกษตาย
คลายปม 
ก่อนตายกาฬเกษได้สั่งนางมาลีจันทร์ว่าห้ามเผาศพ ให้นำศพไปลอยน้ำ นางมาลีจันทร์ก็ทำตาม ศพของท้าวกาฬเกษได้ลอยทวนน้ำไปถึงอาศรมของพระฤๅษี พระฤๅษีจึงทำพิธีชีวิตให้ และได้ร่ำเรียนวิชชาจนสำเร็จจึงกลับไปหานางมาลีจันทร์ ท้าวผีมนต์ทราบจึงเกิดการรบกัน แต่ท้าวกาฬเกษชนะ ท้าวผีมนต์จึงยกเมืองและลูกสาวให้ท้าวกาฬเกษครองเมืองผีมนต์
ปิดเรื่อง
ท้าวกาฬเกษครองเมืองผีมนต์ได้ไม่นานก็พานางมาลีจันทร์ออกเดินทาง ระหว่างการเดินทางก็ได้พบกับยักษ์หลายตน ท้าวกาฬเกษได้รับนางมาลีจันทร์กลับมาครองเมืองพาราณสีสืบต่อไป
- ตัวละครหลัก
กาฬเกษ : ลูกกษัตริย์เมืองพาราณสี เก่งในการสู้รบ รูปงาม ชอบการผจญภัย เป็นคนรักของนางมารีจันทร์
นางมะลีจันทร์ : ลูกสาวกษัตริย์เมืองผีมนต์ รูปงาม เป็นคนรักของกาฬเกษ
ม้ามะณีกาบ : เป็นม้าวิเศษที่พากาฬเกษหนีเที่ยว เหาะได้ พูดได้
          - ตัวละครรอง
                   ท้าวสุริวงษ์ : กษัตริย์เมืองพาราณะสี มีมเหสี ชื่อนางกาฬทอน มีลูกชื่อ กาฬเกษ เป็นคนเก่งกล้า
                   นางกาฬทอน : เป็นมเหสีของท้าวสุริวงษ์ มีลูกชื่อกาฬเกษ รักลูกมาก
                   ท้าวผีมนต์ : กษัตริย์เมืองผีมนต์ มีมเหสีชื่อนางมะลีทอง มีลูกชื่อมะลีจันทร์ เป็นกษัตริย์ที่ห่วงลูกมาก
                   นางมะลีทอง : เป็นมเหสีของท้าวผีมนต์ มีลูกชื่อมะลีจันทร์  ห่วงลูกมาก
                   พระฤาษี : เป็นคนสอนวิชาให้กาฬเกษ และชุบชีวิตกาฬเกษ อาศัยอยู่ในป่า
                   สามนางน้อย : พระฤาษีเสกขึ้นมาให้เฝ้าท้าวกาฬเกษ รักกาฬเกฬเกษ รูปร่างสวยงาม
          - ภาษาในการแต่งฉันทลักษณ์
                   วรรณกรรมนิทานอีสานเรื่องการะเกด ลักษณะการประพันธ์เป็นการประพันธ์แบบโครงสาร ซึ่งบางครั้งจะเรียกว่ากลอนลำ ซึ่งเป็นคำโคลงโบราณ นิยมประพันธ์วรรณกรรมที่ใช้อ่านโดยทั่วไป
          - ภาษาลาวไหน
                    ลาวร้อยเอ็ด
          - ฉาก
                   ฉากหลัก
                             ป่าหิมพานต์
                   ฉากรอง
                             เมืองพาราณะสี, เมืองผีมนต์
3. ความโดดเด่นของวรรณกรรม
            - ใช้ภาษาถิ่นและตัวอักษรท้องถิ่น ตัวอักษรที่ใช้บันทึกในแต่ละภาคมีความแตกต่างกันและมีประวัติเก่าแก่เช่นเดียวกับอักษรที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน
           - ใช้รูปแบบคำประพันธ์ท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็นร้อยกรองมีลีลาสอดคล้องกับสำเนียงภาษาท้องถิ่นและเอื้อต่อการออกเสียงเป็นทำนอง
4. การนำไปประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน
          ปัจจุบันพบว่านำไปวรรณกรรมท้องถิ่น เรื่องท้าวกาฬเกษไปทำเป็น การ์ตูนและกลอนลำ

-          การ์ตูนพื้นบ้านไทย กาฬเกษ




-          นิทานพื้นบ้าน เรื่องกาฬเกษ




-          ลำเรื่องต่อกลอน เรื่องท้าวกาฬเกษ  คณะรังสิมันต์


-          ลำเรื่องต่อกลอน ทำนองอุบล ท้าวกาฬเกษ คณะเพชรพูนเมือง


-          ลำเรื่องต่อกลอน ทำนองอุบล ท้าวกาฬเกษ คณะเพชรอุบล




-          หมอลำ ขวัญใจ ฟ้าสอื้น เดินนิทานกาฬเกดตอนกาฬเกดท้าวตามมิ่งมลี


-          วิจัยการศึกษาเชิงวิเคราะห์เรื่อง กาฬะเกษ (นักวิจัย :สุนันท์ ศาสตรวาหา)

5. สรุปท้ายเรื่องอินโฟกราฟฟิค  เรื่อง ท้าวกาฬเกษ



         

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2560

ภารกิจแต่งเพลงวรรณกรรม เรื่อง ท้าวกาฬเกษ

ภารกิจแต่งเพลงจากวรรณกรรมของตนเอง
เพลงจากใจ (มะลีจันทร์)
ทำนองเพลง แพงปานตา





วรรณกรรมท้องถิ่นเรื่อง ท้าวกาฬเกษ
ตอน ท้าวกาฬเกษต้องหอกยนต์

วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

ภารกิจ3/1 เรื่อง ปริศนาคำทาย



ภารกิจ3/1
                                            เรื่อง ปริศนาคำทาย     
ปริศนาคำทาย (ไทญ้อ) บ้านดอนปอ ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม