วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560

ภารกิจพิเศษ วิเคราะห์วรรณกรรมเรื่อง ท้าวกาฬเกษ



วรรณกรรมท้องถิ่น
เรื่อง ท้าวกาฬเกษ

สรุปเนื้อหานิทาน ท้าวกาฬเกษ

    เมืองพาราณสี  มีกษัตริย์นามว่าสุริวงษ์ และมเหสีนามว่า กาฬ ปกครองนคร ท้าวสุริวงษ์มีม้ามณีกาบซึ่งเป็นม้าวิเศษเป็นพาหนะคู่บารมี ครั้งหนึ่งท้าวสุริวงษ์ได้ลามเหสีและชาวเมืองไปเรียนวิชาอาคมโดยมีม้ามณีกาบเป็นพาหนะ ไปพบพญาครุฑและยักษ์กุมภัณฑ์ได้เป็นสหายกันและ      พระองค์ก็เรียนวิชาศาสตราศิลป์  กับพระฤาษีจนสำเร็จแล้วกลับมาครองเมืองต่อไป
                เมื่อท้าวสุริวงษ์กลับมาครองเมือง  ก็ต้องการจะมีบุตรชายเอาไว้สืบราชสมบัติแทน   พระองค์  ดังนั้นจึงทำพิธีขอลูกกับพระอินทร์  พระอินทร์ได้ส่งเทพบุตรและเทพธิดาลงมาเกิดในเมืองมนุษย์เพื่อให้เป็นคู่สามีภรรยากัน  โดยเทพบุตรองค์หนึ่งมาเกิดในท้องนางกาฬมเหสีของ  สุริวงษ์  เมื่อนางกาฬประสูติออกมาเป็นชายชื่อว่า  กาฬเกด กาฬเกดกุมารนี้ได้เจริญเติบโตมาเป็นลำดับ  ครั้งหนึ่งเข้าไปเล่นในโรงม้าอันเป็นที่อยู่ของมณีกาบ  ได้แอบขึ้นขี่ม้ามณีกาบก็พากาฬเกดกุมารเหาะไปในอากาศออกจากเมืองมุ่งเข้าป่าหิมพานต์
                ขณะที่ท้าวกาฬเกดหนีออกจากเมืองนั้นได้พบกับนางนกสาลิกาคู่หนึ่งจึงให้สั่งความให้กลับไปบอกท้าวสุริวงษ์ด้วยว่าจะออกไปเที่ยวในป่าถึง ๓   ปี  แล้วจะกลับมา  เมื่อสั่งความเสร็จแล้วก็เดินทางต่อไปจนเข้าเขตเมืองผีมนต์ของเท้าผีมนต์  และท้าวกาฬเกดได้พักอยู่นอกเมืองพบกับชาวเมืองที่ออกมาหาฟืนแล้วได้ทราบข่าวว่าท้าวผีมนต์มีลูกสาวสวยชื่อ มาลีจันทร์  จึงพยายามจะไปพบนางในสวนดอกไม้  เมื่อนางมาลีจันทร์มาชมสวนท้าวกาฬเกษจึงเข้าไปหาแล้วชอบพอรักใคร่กัน  ดังนั้นตอนกลางคืนจึงแอบเข้าไปหานางเป็นเช่นนี้มานาน  ต่อมาท้าวผีมนต์สืบได้ความจริงจึงได้ทำหอกยนต์ดักยิง ขณะที่ท้าวกาฬเกดแอบเข้าไปนั้น  พระองค์ได้ถูกหอกยนต์จนตาย  แต่ก่อนจะตายท้าวเธอได้สั่งว่าอย่าเผาศพให้เอาใส่แพลอยน้ำไป  นางมาลีจันทร์ได้ปฏิบัติตามที่ท้าวกาฬเกดสั่ง    ทุกประการ
                ศพของเท้ากาฬเกดลอยไปตามน้ำจนไปถึงอาศรมพระฤาษี  แล้วพระฤาษีมาพบเข้าจึง  ร่ายมนต์ชุบชีวิตให้ฟื้นขึ้นมา  ท้าวกาฬเกษฟื้นขึ้นมาแล้วจึงเรียนศาสตราศิลป์อยู่กับพระฤาษี  จนสำเร็จแล้วลาพระฤาษีกลับไปหานางมาลีจันทร์ใหม่  ท้าวผีมนต์ทราบข่าวอีกจึงเกิดการรบกัน  ในที่สุดท้าวผีมนต์แพ้จึงยกเมืองและลูกสาวคือนางมาลีจันทร์ให้แก่ท้าวกาฬเกดอยู่ที่นั้นไม่นานก็พานางมาลีจันทร์เดินทางต่อไปอีก ในการเดินทางนี้ได้พบยักษ์หลายตน เช่น ยักษ์สาระกันยักคันธะ  และยักษ์ขีนีสาระกาย  ต่างต้องการจะให้ท้าวกาฬเกดอยู่เมือง  แต่ท้าวกาฬเกดยังต้องการเดินทางต่อไป  คืนหนึ่งเดินทางมาถึงร่มไม้ใหญ่จึงหยุดนอน    ที่นั้นได้มีนางกินรี    ตนซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของ    พระฤาษีได้มาพบท้าวกาฬเกดเข้า  ดังนั้น นางทั้ง    จึงอุ้มเอาท้าวกาฬเกดหนีไปเมื่อท้าวกาฬเกษตื่นขึ้นมาพบนางทั้ง  3 จึงอยู่กับนาง  ส่วนนางมาลีจันทร์และม้ามณีกาบเมื่อตื่นขึ้นมาไม่พบท้าว กาฬเกดจึงพากันออกตามหา นางมาลีจันทร์พบกับท้าวอสูร ท้าวอสูรจึงเอานางมาลีจันทร์ไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม  ส่วนม้ามณีกาบนั้นได้พบกับพระฤาษี
                กาฬเกดอยู่กับนางกินรีเป็นเวลา ๓ เดือน  เมื่อนางกินรีลงมาปรนนิบัติพระฤาษีและได้ทราบข่าวจากพระฤาษีจึงไปบอกกับเท้ากาฬเกด ท้าวกาฬเกดจึงมาหาม้ามณีกาบแล้วออกตามหานางมลีจันทร์จนพบที่เมืองท้าวอสูร นางกินรีทั้ง    นั้นก็ออกตามหาท้าวกาฬเกดจนมาพบกันที่เมืองอสูรแล้วปรับความเข้าใจกันจึงลาท้าวอสูรเดินทางต่อไป  ได้พบพญายักษ์หลายตน  ในระหว่างทางยักษ์โขโน  ยักษ์พานตาวัน  เมื่อท้าวเธอเอาชนะแล้วได้สั่งสอนให้ยักษ์ทั้งหลายตั้งอยู่ในศีลในธรรมแล้วเดินทางต่อไป

1. ที่มาของเรื่องท้าวกาฬเกษ
          - ผู้แต่ง
                   เตชวโรภิกขุ (อินตา กวีวงศ์)
          - ต้นฉบับ
                   ต้นฉบับมาจากวัดสว่างอารมณ์ อ.เมือง จ. ร้อยเอ็ด
          - แต่งปีไหน พิมพ์ปีไหน
                   พิมพ์เผยแพร่เป็นอักษรไทยเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๙ ความยาว ๔๘๐ หน้า
2. วิเคราะห์เนื้อเรื่อง
           - ชื่อเรื่อง
                    ชื่อเรื่องกาฬเกษ เพราะมาจากชื่อของตัวละครเอก ผู้แต่ง อินตา กวีวงศ์
          - แก่นเรื่อง
                              คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน
- โครงเรื่อง
                    เปิดเริ่อง
ท้าวสุริวงษ์ซึ่งเป็นผู้ครองเมืองพาราณสี มเหสีของท้าวสุริวงษ์ ชื่อนางกาฬะ ท้าวสุริวงษ์มีม้ามณีกาบ ซึ่งเป็นม้าวิเศษเป็นพาหนะคู่บารมี  ท้าวสุริวงษ์ก็เรียนวิชาอาคมกับพระฤาษีจนสำเร็จ แล้วกลับมาปกครองเมืองต่อไป
                   การดำเนินเรื่อง
        ท้าวสุริวงษ์ ต้องการจะมีบุตรชายเพื่อเอาไว้สืบราชสมบัติแทนพระองค์ ท้าวสุริวงษ์ ทำพิธีขอบุตรกับพระอินทร์
ปมเรื่อง
พระอินทร์จึงส่งเทพบุตรและเทพธิดาลงมาเกิดให้เป็นสามีภรรยากัน เทพบุตรมาเกิดกับนางกาฬะ ซึ่งเป็นมเหสีของท้าวสุริวงษ์ นางกาฬะคลอดบุตรชื่อ กาฬเกษ และเทพธิดา เกิดเป็นลูกของท้าวผีมนต์ ชื่อนางมาลีทอง
          จุดสูงสุด
กาฬเกษเติบโต ได้หนีเข้าไปเล่นในป่าเป็นเวลา 3 ปี เดินทางไปถึงเมืองผีมนต์จึงรักกับนางมาลีจันทร์ แต่ท้าวผีมนต์ได้รู้ว่ากาฬเกษมารักใคร่กับลูกสาวของตัวเองจึงทำหอกยนต์ยิงกาฬเกษตาย
คลายปม 
ก่อนตายกาฬเกษได้สั่งนางมาลีจันทร์ว่าห้ามเผาศพ ให้นำศพไปลอยน้ำ นางมาลีจันทร์ก็ทำตาม ศพของท้าวกาฬเกษได้ลอยทวนน้ำไปถึงอาศรมของพระฤๅษี พระฤๅษีจึงทำพิธีชีวิตให้ และได้ร่ำเรียนวิชชาจนสำเร็จจึงกลับไปหานางมาลีจันทร์ ท้าวผีมนต์ทราบจึงเกิดการรบกัน แต่ท้าวกาฬเกษชนะ ท้าวผีมนต์จึงยกเมืองและลูกสาวให้ท้าวกาฬเกษครองเมืองผีมนต์
ปิดเรื่อง
ท้าวกาฬเกษครองเมืองผีมนต์ได้ไม่นานก็พานางมาลีจันทร์ออกเดินทาง ระหว่างการเดินทางก็ได้พบกับยักษ์หลายตน ท้าวกาฬเกษได้รับนางมาลีจันทร์กลับมาครองเมืองพาราณสีสืบต่อไป
- ตัวละครหลัก
กาฬเกษ : ลูกกษัตริย์เมืองพาราณสี เก่งในการสู้รบ รูปงาม ชอบการผจญภัย เป็นคนรักของนางมารีจันทร์
นางมะลีจันทร์ : ลูกสาวกษัตริย์เมืองผีมนต์ รูปงาม เป็นคนรักของกาฬเกษ
ม้ามะณีกาบ : เป็นม้าวิเศษที่พากาฬเกษหนีเที่ยว เหาะได้ พูดได้
          - ตัวละครรอง
                   ท้าวสุริวงษ์ : กษัตริย์เมืองพาราณะสี มีมเหสี ชื่อนางกาฬทอน มีลูกชื่อ กาฬเกษ เป็นคนเก่งกล้า
                   นางกาฬทอน : เป็นมเหสีของท้าวสุริวงษ์ มีลูกชื่อกาฬเกษ รักลูกมาก
                   ท้าวผีมนต์ : กษัตริย์เมืองผีมนต์ มีมเหสีชื่อนางมะลีทอง มีลูกชื่อมะลีจันทร์ เป็นกษัตริย์ที่ห่วงลูกมาก
                   นางมะลีทอง : เป็นมเหสีของท้าวผีมนต์ มีลูกชื่อมะลีจันทร์  ห่วงลูกมาก
                   พระฤาษี : เป็นคนสอนวิชาให้กาฬเกษ และชุบชีวิตกาฬเกษ อาศัยอยู่ในป่า
                   สามนางน้อย : พระฤาษีเสกขึ้นมาให้เฝ้าท้าวกาฬเกษ รักกาฬเกฬเกษ รูปร่างสวยงาม
          - ภาษาในการแต่งฉันทลักษณ์
                   วรรณกรรมนิทานอีสานเรื่องการะเกด ลักษณะการประพันธ์เป็นการประพันธ์แบบโครงสาร ซึ่งบางครั้งจะเรียกว่ากลอนลำ ซึ่งเป็นคำโคลงโบราณ นิยมประพันธ์วรรณกรรมที่ใช้อ่านโดยทั่วไป
          - ภาษาลาวไหน
                    ลาวร้อยเอ็ด
          - ฉาก
                   ฉากหลัก
                             ป่าหิมพานต์
                   ฉากรอง
                             เมืองพาราณะสี, เมืองผีมนต์
3. ความโดดเด่นของวรรณกรรม
            - ใช้ภาษาถิ่นและตัวอักษรท้องถิ่น ตัวอักษรที่ใช้บันทึกในแต่ละภาคมีความแตกต่างกันและมีประวัติเก่าแก่เช่นเดียวกับอักษรที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน
           - ใช้รูปแบบคำประพันธ์ท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็นร้อยกรองมีลีลาสอดคล้องกับสำเนียงภาษาท้องถิ่นและเอื้อต่อการออกเสียงเป็นทำนอง
4. การนำไปประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน
          ปัจจุบันพบว่านำไปวรรณกรรมท้องถิ่น เรื่องท้าวกาฬเกษไปทำเป็น การ์ตูนและกลอนลำ

-          การ์ตูนพื้นบ้านไทย กาฬเกษ




-          นิทานพื้นบ้าน เรื่องกาฬเกษ




-          ลำเรื่องต่อกลอน เรื่องท้าวกาฬเกษ  คณะรังสิมันต์


-          ลำเรื่องต่อกลอน ทำนองอุบล ท้าวกาฬเกษ คณะเพชรพูนเมือง


-          ลำเรื่องต่อกลอน ทำนองอุบล ท้าวกาฬเกษ คณะเพชรอุบล




-          หมอลำ ขวัญใจ ฟ้าสอื้น เดินนิทานกาฬเกดตอนกาฬเกดท้าวตามมิ่งมลี


-          วิจัยการศึกษาเชิงวิเคราะห์เรื่อง กาฬะเกษ (นักวิจัย :สุนันท์ ศาสตรวาหา)

5. สรุปท้ายเรื่องอินโฟกราฟฟิค  เรื่อง ท้าวกาฬเกษ



         

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น